นานแค่ไหนกว่าโพรไบโอติกส์ที่กินไปจะเห็นผล - featured image

นานแค่ไหนกว่าโพรไบโอติกส์ที่กินไปจะเห็นผล

ปัจจุบันนี้ใคร ๆ ก็หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น โดยเฉพาะการทานโพรไบโอติกส์ (Probiotics) หรือจุลินทรีย์ชนิดดีที่มีคุณประโยชน์รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้กับแบคทีเรียในร่างกาย เสริมภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง เสริมการทำงานของระบบย่อยอาหาร และยังสามารถช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าโพรไบโอติกส์ที่เราทานไปนั้นได้ผลจริง ๆ หรือไม่ แล้วจะใช้ระยะเวลานานแค่ไหนจึงจะทำให้โพรไบโอติกส์ที่ทานไปออกดอกออกผลเต็มที่ เตรียมมาไขข้อสงสัยพร้อม ๆ กันได้เลยค่ะ

ทานโพรไบโอติกส์นานแค่ไหนถึงจะเห็นผล

โดยปกติแล้วระยะเวลาเห็นผลของการทานโพรไบโอติกส์นั้นจะอยู่ที่ 1-4 สัปดาห์หลังทาน หรืออาจมากถึง 8 สัปดาห์ ซึ่งจะแตกต่างกันไปแล้วแต่บุคคล ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น…

เหตุที่ทานโพรไบโอติกส์

ว่ามีวัตถุประสงค์ในการดูแลสุขภาพร่างกายอย่างไร เช่น มีรายงานว่าในผู้ที่มีอาการท้องผูก ทานเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของโพรไบโอติกส์สูง แล้วเห็นผลการขับถ่ายที่ดีขึ้นภายในสัปดาห์ที่ 2 หลังทดลอง หรือในรายงานเกี่ยวกับอาการท้องผูกที่ทานโพรไบโอติกส์ก็พบว่าหลังทานเพียง 21 วัน อาการท้องอืด ลมในท้องเยอะเริ่มดีขึ้นตามลำดับ

ประเภทโพรไบโอติกส์ที่ทาน

ส่งผลต่อระยะเวลาการออกดอกออกผลของโพรไบโอติกส์เช่นกัน เพราะแบคทีเรีย หรือโพรไบโอติกส์บางสายพันธุ์นั้นมีคุณสมบัติการทำงานที่แตกต่างกันไปในลำไส้ของคุณ

ถ้าหากว่าทานโพรไบโอติกส์มาสักระยะแล้วไม่เห็นผลชัดเจน นั่นอาจหมายถึงโพรไบโอติกส์ที่ทานอยู่นั้นเป็นสายพันธุ์ที่ไม่เหมาะสมกับคุณก็ได้ เช่น มีงานศึกษาเกี่ยวกับสายพันธุ์โพรไบโอติกส์ที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) ว่าควรเลือกทานโพรไบโอติกส์ที่มีส่วนผสมของสายพันธุ์ Lactobacillus acidophilus Streptococcus thermophilus Bifidobacterium breve และ Bifidobacterium longum

ระยะเวลาที่ทานโพรไบโอติกส์

เช่น ถ้าคุณเป็นผู้ที่มีอาการลำไส้แปรปรวน (IBS) ควรทานโพรไบโอติกส์ติดต่อกันเป็นเวลาอย่างน้อย 4 สัปดาห์ หรืออาจสูงถึง 8 สัปดาห์เพื่อให้โพรไบโอติกส์ทำงานอย่างเต็มที่และปรับสมดุลภายในลำไส้ให้ดีขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

ปริมาณที่เราทานโพรไบโอติกส์

มีข้อแนะนำว่าเราควรทานโพรไบโอติกส์ที่มีความเข้มข้นต่ำเป็นระยะเวลานาน ๆ ดีกว่าการทานโพรไบโอติกส์แบบเข้มข้นตู้มเดียวแล้วหวังผลว่าระบบต่าง ๆ ของร่างกายจะดีขึ้น เนื่องจากการให้ร่างกายได้รับโพรไบโอติกส์ความเข้มข้นต่ำแต่ทานอย่างต่อเนื่องนาน ๆ นั้นจะช่วยเลียนแบบและทำงานร่วมกับเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ได้ง่ายขึ้น และก่อให้เกิดผลข้างเคียงหลังทานโพรไบโอติกส์ที่ต่ำนั่นเอง

คุณภาพของโพรไบโอติกส์

เพราะในท้องตลาดมีโพรไบโอติกส์ให้คุณเลือกบริโภคอยู่มากมาย หากเลือกทานของที่คุณภาพไม่ดีแล้ว ผลลัพธ์การดูแลสุขภาพด้วยโพรไบโอติกส์ก็อาจไม่ออกดอกออกผลอย่างที่คาดการณ์ไว้ ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องตรวจสอบแหล่งที่มา คุณภาพ และองค์ประกอบต่าง ๆ ของผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกส์นั้น ๆ ให้ดีเสียก่อน

วิธีการทานโพรไบโอติกส์

มีบางรายงานการศึกษาแนะนำว่าควรรับประทานโพรไบโอติกส์อย่างน้อย 30 นาทีก่อนรับประทานอาหาร หรือทานพร้อมมื้ออาหารจะส่งผลดีต่อชีวิตของแบคทีเรียได้ดีกว่าการทานโพรไบโอติกส์หลังมื้ออาหาร 30 นาที ขณะเดียวกันก็มีบางรายงานวิจัยบ่งชี้ว่าการมีชีวิตรอดของแบคทีเรียอาจเพิ่มขึ้นก็ต่อเมื่อทานพร้อมกับอาหารที่มีไขมัน ทั้งนี้สามารถตรวจสอบฉลากและคำแนะนำการบริโภคของโพรไบโอติกส์ชนิดนั้น ๆ ก่อนรับประทานทุกครั้งค่ะ

สัญญาณบ่งบอกว่าโพรไบโอติกส์ที่ทานไปเริ่มได้ผล

เพราะโพรไบโอติกส์เข้าไปทำงานอยู่ภายในร่างกายของเรา สัญญาณที่จะบ่งบอกว่าทานโพรไบโอติกส์ตัวนั้น ๆ ไปแล้วจะได้ผลจึงเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ แต่ทั้งนี้เราสามารถสังเกตอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายได้ เช่น

  • ระบบย่อยอาหารดีขึ้น มีปัญหาลมในท้อง ท้องอืด แน่นท้อง ปวดท้องหลังรับประทานอาหารลดน้อยลง
  • ขับถ่ายได้ง่ายมากขึ้น ปัญหาท้องผูกลดน้อยลง กลับกันปัญหาท้องเสียที่เคยเป็นอยู่บ่อย ๆ ก็ดีขึ้นตามลำดับ สามารถขับถ่ายได้เป็นปกติและง่ายมากขึ้น
  • อารมณ์ดีขึ้น เนื่องจากเมื่อไหร่ที่ลำไส้ทำงานดีขึ้น จะส่งผลดีต่อระบบประสาทและระดับสารเคมีในสมอง รวมถึงควบคุมการหลั่งฮอร์โมนเซโรโทนิน หรือฮอร์โมนแห่งความสุขด้วย ฉะนั้นถ้าหากเกิดความสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้คุณจะรู้สึกอารมณ์ดีขึ้น ความวิตกกังวลลดน้อยลง และลดความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าได้เช่นกัน
  • ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น สามารถสังเกตได้จากการที่ไม่ป่วยบ่อย อาการภูมิแพ้ไม่กำเริบบ่อย เนื่องจากเกิดภาวะสมดุลในลำไส้ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินเกลือแร่ต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ดีขึ้นนั่นเอง
  • น้ำหนักลดลง ซึ่งเป็นผลพวงเนื่องจากการทานโพรไบโอติกส์อย่างเหมาะสม ทำให้เกิดความสมดุลในลำไส้และส่งผลต่อการเผาผลาญให้ทำงานได้ดีขึ้น

สรุป

พอจะไขข้อสงสัยได้แล้วใช่ไหมคะ ว่าต้องใช้ระยะเวลานานแค่ไหนกว่าโพรไบโอติกส์ที่ทานไปจะเห็นผลตามที่คาดหวังเอาไว้ เมื่อรู้แบบนี้แล้วก็ควรสำรวจความต้องการของตัวเองให้แน่ชัดว่าต้องการทานโพรไบโอติกส์เพื่ออะไร และรายละเอียดของโพรไบโอติกส์ที่ต้องการบริโภคนั้นมีความเข้มข้นมากน้อยแค่ไหน ได้คุณภาพมาตรฐานที่เหมาะสมหรือไม่ รวมถึงมีคำแนะนำในการทานอย่างไรบ้าง เท่านี้ร่างกายก็จะสามารถตอบสนองต่อโพรไบโอติกส์ที่ทานไปได้ดีขึ้นแล้วล่ะ

Related Articles

บทความที่คุณอาจสนใจ

อุจจาระนิ่ม ขับถ่ายง่าย

7 วิธีแก้ท้องผูก ช่วยให้อุจจาระนิ่ม ขับถ่ายง่ายเป็นเวลา ไม่ต้องเบ่ง

FacebookFacebookXTwitterLINELineอาการท้องผูก อุจจาระแข็ง ถ่ายไม่สุด ต้องเบ่งแรงจนเจ็บท้อง เป็นปัญหาที่หลาย ๆ คนพบเจอกันแทบทุกวัน ซึ่งโดยปกติแล้วร่างกายของคนเราควรมีการขับถ่ายของเสียทุกวัน เพราะถ้าหากไม่มีการขับถ่ายของเสีย อาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพในด้านต่าง

อ่านต่อ »

ไซเลี่ยมฮัสก์คืออะไร กินตอนไหนดีที่สุด? ตัวช่วยแก้ท้องผูกที่ปลอดภัยและได้ผลจริง

FacebookFacebookXTwitterLINELineสำหรับผู้ที่มีปัญหา ท้องผูก ขับถ่ายยาก ถ่ายไม่ออก หรือถ่ายไม่สุด การเลือกดูแลลำไส้ด้วยไฟเบอร์จากธรรมชาติถือเป็นวิธีที่ปลอดภัยและได้ผลในระยะยาว หนึ่งในไฟเบอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก คือ ไซเลี่ยมฮัสก์ (Psyllium

อ่านต่อ »
อุจจาระแข็ง ท้องผูก ขับถ่ายยาก

6 วิธีแก้ไขปัญหาท้องผูก ขับถ่ายยาก

การขับถ่าย คือ กระบวนการกำจัดของเสียที่สำคัญต่อสุขภาพร่างกาย แต่ในชีวิตจริงหลายคนกลับประสบปัญหาอุจจาระแข็ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาท้องผูก

อ่านต่อ »